Best WebHosting for You


ThaiJobOnline.Net Tel. 084-5145-911 or 085-7385-700

ThaiJobOnline.Net Tel. 084-5145-911 or 085-7385-700

ThaiJobOnline.Net Tel. 084-5145-911 or 085-7385-700

Home > สอบแข่งขันงานราชการ, หางานกรุงเทพมหานคร, หางานภาคกลาง, หางานราชการ > ประกาศสำนักงานศาลยุติธรรม เรื่อง รับสมัครสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการในตำแหน่งนักวิเคราะห์นโยบายและแผนปฏิบัติการ

ประกาศสำนักงานศาลยุติธรรม เรื่อง รับสมัครสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการในตำแหน่งนักวิเคราะห์นโยบายและแผนปฏิบัติการ

กุมภาพันธ์ 9th, 2010

ประกาศสำนักงานศาลยุติธรรม

เรื่อง รับสมัครสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการในตำแหน่ง

นักวิเคราะห์นโยบายและแผนปฏิบัติการ

ด้วยคณะกรรมการข้าราชการศาลยุติธรรมได้มีมติในการประชุมครั้งที่ 1/2553 เมื่อวันที่ 14 มกราคม 2553 มอบหมายให้สำนักงานศาลยุติธรรมดำเนินการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการในตำแหน่งนักวิเคราะห์นโยบายและแผนปฏิบัติการ ฉะนั้น อาศัยอำนาจตามความในข้อ 4 ของระเบียบคณะกรรมการข้าราชการศาลยุติธรรม ว่าด้วยการบริหารงานบุคคล ของสำนักงานศาลยุติธรรม พ.ศ. 2544 และหนังสือสำนักงาน ก.พ. ที่ นร 1004.1/ว 15 ลงวันที่ 11 ธันวาคม 2551 เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเข้ารับราชการ จึงประกาศรับสมัครสอบแข่งขัน ดังรายละเอียดต่อไปนี้

1. ตำแหน่งที่จะบรรจุและแต่งตั้ง จำนวนอัตราว่าง และเงินเดือนที่จะได้รับ

ตำแหน่ง จำนวน

อัตราว่าง

(อัตรา)

อัตรา

เงินเดือน

(บาท)

อัตราเงินเพิ่ม

การครองชีพชั่วคราว

(บาท)

นักวิเคราะห์นโยบายและแผนปฏิบัติการ 6 9,700 1,500

2. ลักษณะงานที่ปฏิบัติ

ลักษณะงานที่ปฏิบัติของแต่ละตำแหน่ง ตามที่ระบุไว้ในรายละเอียดแนบท้ายประกาศนี้

3. คุณสมบัติทั่วไปและคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งของผู้มีสิทธิสมัครสอบ

3.1 ผู้สมัครสอบต้องมีคุณสมบัติทั่วไปและไม่มีลักษณะต้องห้าม ตามมาตรา 36แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 ดังต่อไปนี้

. คุณสมบัติทั่วไป

(1) มีสัญชาติไทย

(2) มีอายุไม่ต่ำกว่าสิบแปดปี

(3) เป็นผู้เลื่อมใสในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขด้วยความบริสุทธิ์ใจ

. ลักษณะต้องห้าม

(1) เป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง

(2) เป็นคนไร้ความสามารถ คนเสมือนไร้ความสามารถ คนวิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือน ไม่สมประกอบ หรือเป็นโรคตามที่กำหนดในกฎ ก.พ.

(3) เป็นผู้อยู่ในระหว่างถูกสั่งพักราชการหรือถูกสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อนตามพระราชบัญญัตินี้หรือตามกฎหมายอื่น

(4) เป็นผู้บกพร่องในศีลธรรมอันดีจนเป็นที่รังเกียจของสังคม

(5) เป็นกรรมการหรือผู้ดำรงตำแหน่งที่รับผิดชอบในการบริหารพรรคการเมือง หรือเจ้าหน้าที่ในพรรคการเมือง

(6) เป็นบุคคลล้มละลาย

(7) เป็นผู้เคยต้องรับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกเพราะกระทำความผิดทางอาญา เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ

(8) เป็นผู้เคยถูกลงโทษให้ออก ปลดออก หรือไล่ออกจากรัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานอื่นของรัฐ

(9) เป็นผู้เคยถูกลงโทษให้ออก หรือปลดออก เพราะกระทำผิดวินัยตามพระราชบัญญัตินี้ หรือตามกฎหมายอื่น

(10) เป็นผู้เคยถูกลงโทษไล่ออกเพราะกระทำผิดวินัยตามพระราชบัญญัตินี้หรือตามกฎหมายอื่น

(11) เป็นผู้เคยกระทำการทุจริตในการสอบเข้ารับราชการ หรือเข้าปฏิบัติงานในหน่วยงานของรัฐ

ผู้ที่จะเข้ารับราชการเป็นข้าราชการซึ่งมีลักษณะต้องห้ามตาม ข. (4) (6) (7) (8) (9) (10) หรือ (11) ก.ศ. อาจพิจารณายกเว้นให้เข้ารับราชการได้ แต่ถ้าเป็นกรณีมีลักษณะต้องห้ามตาม (8) หรือ (9) ผู้นั้นต้องออกจากงานหรือออกจากราชการไปเกินสองปีแล้ว และในกรณีมีลักษณะต้องห้ามตาม (10) ผู้นั้นต้องออกจากงานหรือออกจากราชการไปเกินสามปีแล้ว และต้องมิใช่เป็นกรณีออกจากงานหรือออกจากราชการเพราะทุจริตต่อหน้าที่

สำหรับพระภิกษุหรือสามเณรทางราชการไม่รับสมัครสอบและไม่อาจให้ เข้าสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเข้ารับราชการ ทั้งนี้ ตามหนังสือกรมสารบรรณคณะรัฐมนตรีฝ่ายบริหาร ที่ นว 89/2501 ลงวันที่ 27 มิถุนายน 2501 และตามความในข้อ 5 ของคำสั่งมหาเถรสมาคม ลงวันที่ 17 มีนาคม 2538

3.2 ผู้สมัครสอบต้องมีคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งตามที่ระบุไว้ในรายละเอียดแนบท้ายประกาศนี้

4. การรับสมัครสอบ

4.1 ผู้ประสงค์จะสมัครสอบ สมัครได้ทางอินเทอร์เน็ต ตั้งแต่วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2553 ถึงวันที่ 31 มีนาคม 2553 ตลอด 24 ชั่วโมง ไม่เว้นวันหยุดราชการ โดยเข้าไปที่ www.ojoc.coj.go.th/exam แล้วปฏิบัติตามขั้นตอนที่กำหนด ดังนี้

(1) กรอกข้อความให้ถูกต้องและครบถ้วน ปฏิบัติตามขั้นตอนที่กำหนด ระบบ จะกำหนดแบบฟอร์มการชำระเงินผ่านเคาน์เตอร์ บมจ. ธนาคารกรุงไทย ให้โดยอัตโนมัติ

(2) พิมพ์แบบฟอร์มการชำระเงินลงในกระดาษขนาด A4 จำนวน 1 แผ่น หรือหากไม่มีเครื่องพิมพ์ในขณะนั้น ให้บันทึกข้อมูลเก็บไว้ในรูปแบบ File ลงใน Diskette

ในกรณีไม่สามารถพิมพ์แบบฟอร์มการชำระเงินหรือบันทึกข้อมูลได้ ผู้สมัครสามารถเข้าไปพิมพ์แบบฟอร์มการชำระเงิน หรือบันทึกข้อมูลลงใน Diskette ใหม่ได้อีก แต่จะไม่สามารถแก้ไขข้อมูลในการกรอกใบสมัครในครั้งที่สมบูรณ์แล้วได้

4.2 นำแบบฟอร์มการชำระเงินไปชำระเงินเฉพาะที่เคาน์เตอร์ บจม. ธนาคารกรุงไทย ทุกสาขาทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2553 ถึงวันที่ 1 เมษายน 2553 ภายในเวลาทำการของธนาคาร การรับสมัครสอบจะมีผลสมบูรณ์เมื่อชำระค่าธรรมเนียมในการสมัครสอบเรียบร้อยแล้ว

4.3 ค่าธรรมเนียมในการสมัครสอบ จำนวน 330 บาท ซึ่งประกอบด้วย

(1) ค่าธรรมเนียมสอบ จำนวน 300 บาท

(2) ค่าธรรมเนียมธนาคารรวมค่าบริการทางอินเทอร์เน็ต จำนวน 30 บาท

ค่าธรรมเนียมจะไม่จ่ายคืนให้ไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น

4.4 ผู้สมัครที่ชำระค่าธรรมเนียมสอบแล้ว จะได้รับเลขประจำตัวสอบ โดยจะกำหนดเลขประจำตัวสอบ ตามลำดับของการชำระค่าธรรมเนียมสอบ

4.5 ก่อนวันที่เข้าสอบสัมภาษณ์ ให้ผู้สมัครสอบเข้าไปที่ www.ojoc.coj.go.th/exam เพื่อพิมพ์ใบสมัครสอบ โดยใช้ปุ่มค้นหารายชื่อผู้เข้าสอบ พร้อมกรอกหมายเลขบัตรประจำตัวประชาชน แล้วพิมพ์ใบสมัครที่ระบุเลขประจำตัวสอบ ซึ่งจะมีเฉพาะผู้สมัครที่ชำระเงินค่าธรรมเนียมการสมัครสอบแล้วเท่านั้น เพื่อนำไปใช้เป็นหลักฐานในการเข้าสอบ

5. เงื่อนไขการสมัครสอบ

5.1 ผู้สมัครสอบสมัครได้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น

5.2 ผู้สมัครสอบจะต้องเป็นผู้มีวุฒิการศึกษาตรงตามคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งของผู้มีสิทธิสมัครสอบ ในข้อ 3.2 โดยต้องเป็นผู้สำเร็จการศึกษาและได้รับการอนุมัติจากผู้มีอำนาจอนุมัติ ภายในวันปิดรับสมัครสอบ คือ วันที่ 31 มีนาคม 2553 ทั้งนี้ การสำเร็จการศึกษาตามหลักสูตร ขั้นปริญญาของสถานศึกษาใดจะถือตามกฎหมาย กฎหรือระเบียบเกี่ยวกับการสำเร็จการศึกษาตามหลักสูตรขั้นปริญญาของสถานศึกษานั้นเป็นเกณฑ์

5.3 การสมัครสอบตามขั้นตอนข้างต้น ถือว่าผู้สมัครเป็นผู้ลงลายมือชื่อและรับรองความถูกต้องของข้อมูลดังกล่าว ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2544 ดังนั้น หากผู้สมัครจงใจกรอกข้อมูลอันเป็นเท็จ อาจมีความผิดฐานแจ้งความเท็จต่อเจ้าพนักงาน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 137

5.4 ผู้สมัครสอบต้องรับผิดชอบในการตรวจสอบและรับรองตนเองว่า เป็นผู้มีคุณสมบัติตรงตามประกาศรับสมัครสอบ และต้องกรอกรายละเอียดต่างๆ ให้ถูกต้องครบถ้วนตรงตามความเป็นจริง ในกรณีที่มีความผิดพลาดอันเกิดจากผู้สมัคร หรือตรวจพบว่าเอกสารหลักฐานคุณวุฒิ ซึ่งผู้สมัครสอบนำมายื่นไม่ตรงหรือไม่เป็นไปตามประกาศรับสมัครสอบ สำนักงานศาลยุติธรรมจะถือว่าผู้สมัครสอบเป็นผู้ขาดคุณสมบัติในการสมัครสอบครั้งนี้มาตั้งแต่ต้น และจะไม่คืนค่าธรรมเนียมในการสมัครสอบ

6. การประกาศรายชื่อผู้สมัครสอบ วัน เวลา สถานที่สอบ และระเบียบเกี่ยวกับการสอบ

สำนักงานศาลยุติธรรมจะประกาศรายชื่อผู้สมัครสอบ วัน เวลา สถานที่สอบ และระเบียบเกี่ยวกับการสอบในวันที่ 26 เมษายน 2553 ทางเว็บไซต์ www.ojoc.coj.go.th/exam

7. หลักสูตรและวิธีการสอบ

หลักสูตรและวิธีการสอบแข่งขัน มี 3 ภาค ดังนี้

7.1 ภาคความรู้ความสามารถทั่วไป (ภาค ก.) (คะแนนเต็ม 200 คะแนน)

ทดสอบความรู้ความสามารถทั่วไป โดยวิธีการสอบข้อเขียน ตามที่ได้กำหนดไว้ในรายละเอียดแนบท้ายประกาศนี้

7.2 ภาคความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะตำแหน่ง (ภาค ข.) (คะแนนเต็ม 200 คะแนน)

ทดสอบความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะตำแหน่ง โดยวิธีการสอบข้อเขียน ตามที่ได้กำหนดไว้ในรายละเอียดแนบท้ายประกาศนี้

7.3 ภาคความเหมาะสมกับตำแหน่ง (ภาค ค.) (คะแนนเต็ม 100 คะแนน)

ทดสอบความเหมาะสมกับตำแหน่ง โดยวิธีสัมภาษณ์

เป็นการประเมินบุคคลเพื่อพิจารณาความเหมาะสมกับตำแหน่งหน้าที่จากประวัติส่วนตัว ประวัติการศึกษา ประวัติการทำงาน จากการสังเกตพฤติกรรมที่ปรากฏของผู้เข้าสอบและจากการสัมภาษณ์ ทั้งนี้ อาจใช้วิธีการอื่นใดเพิ่มเติม เพื่อพิจารณาความเหมาะสมในด้านต่างๆ เช่น ความรู้ที่อาจใช้เป็นประโยชน์ในการปฏิบัติงานในหน้าที่ความสามารถ ประสบการณ์ ท่วงทีวาจา

อุปนิสัย อารมณ์ ทัศนคติ จรรยาบรรณของข้าราชการ คุณธรรม จริยธรรม การปรับตัวเข้ากับผู้ร่วมงาน รวมทั้งสังคม และสิ่งแวดล้อม ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ ปฏิภาณ ไหวพริบ และบุคลิกภาพอื่น เป็นต้น และรวมถึงสมรรถนะหลัก สมรรถนะที่จำเป็นของตำแหน่ง

ทั้งนี้ กำหนดให้ทดสอบภาคความรู้ความสามารถทั่วไป (ภาค ก.) และภาคความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะตำแหน่ง (ภาค ข.) ก่อน ผู้ที่สอบผ่านทั้ง 2 ภาค ต้องสอบได้คะแนนในแต่ละภาคตามหลักสูตรไม่ต่ำกว่าร้อยละ 60 จึงจะเป็นผู้มีสิทธิเข้าสอบภาคความเหมาะสมกับตำแหน่ง (ภาค ค.) ต่อไป โดยจะประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิเข้าสอบภาคความเหมาะสมกับตำแหน่งในภายหลังทางเว็บไซต์ www.ojoc.coj.go.th/exam

8. หลักฐานที่ต้องยื่นในวันสอบภาคความเหมาะสมกับตำแหน่ง (ภาค ค.)

8.1 ใบสมัครที่พิมพ์จากอินเทอร์เน็ต ให้ติดรูปถ่ายหน้าตรง ไม่สวมหมวก และไม่สวมแว่นตาดำ ถ่ายไม่เกิน 1 ปี ขนาด 1 x 1.5 นิ้ว ลงลายมือชื่อในใบสมัครให้ครบถ้วน

8.2 สำเนาปริญญาบัตรหรือสำเนาหนังสือรับรองฉบับสภามหาวิทยาลัยอนุมัติและสำเนาระเบียนแสดงผลการศึกษา (Transcript of Records) ที่แสดงว่าเป็นผู้มีคุณวุฒิการศึกษาตรงตามประกาศรับสมัคร โดยต้องสำเร็จการศึกษาและได้รับอนุมัติจากผู้มีอำนาจอนุมัติภายในวันปิดรับสมัคร จำนวนอย่างละ 2 ฉบับ

ทั้งนี้ ผู้ที่จะถือว่าเป็นผู้สำเร็จการศึกษาตามหลักสูตรขั้นปริญญาของสถาน ศึกษาใดนั้นจะถือตามกฎหมาย กฎ หรือระเบียบที่เกี่ยวกับการสำเร็จการศึกษาตามหลักสูตรของสถานศึกษานั้นๆ เป็นเกณฑ์โดยจะต้องสำเร็จการศึกษาภายในวันปิดรับสมัครคือวันที่ 31 มีนาคม 2553

8.3 สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน หรือสำเนาทะเบียนบ้าน จำนวน 1 ฉบับ

8.4 สำเนาหลักฐานอื่นๆ เช่น ใบสำคัญการสมรส ใบเปลี่ยนชื่อ – นามสกุล (ในกรณีชื่อ – นามสกุล ในหลักฐานการสมัครไม่ตรงกัน) เป็นต้น จำนวน 1 ฉบับ

8.5 ใบรับรองแพทย์ซึ่งออกให้ไม่เกิน 1 เดือน และแสดงว่าไม่เป็นโรคต้องห้ามตามกฎ ก.พ.

สำเนาเอกสารทุกฉบับให้ผู้สมัครเขียนคำรับรองว่า “สำเนาถูกต้อง” ลงชื่อ วันที่ และระบุเลขประจำตัวสอบกำกับไว้มุมบนด้านขวาทุกหน้าของสำเนาเอกสาร

9. เกณฑ์การตัดสิน

ผู้ที่จะถือว่าเป็นผู้สอบแข่งขันได้ ต้องเป็นผู้สอบได้คะแนนในการสอบแต่ละภาคไม่ต่ำกว่าร้อยละ 60

10. การขึ้นบัญชีผู้สอบแข่งขันได้

10.1 การขึ้นบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ จะเรียงลำดับที่จากผู้ได้คะแนนรวมสูงสุดลงมาตามลำดับ ในกรณีที่มีผู้สอบได้คะแนนรวมเท่ากัน ให้ผู้สอบได้คะแนนภาคความเหมาะสมกับตำแหน่ง (ภาค ค.) มากกว่าเป็นผู้อยู่ในลำดับที่สูงกว่า ถ้าได้คะแนนภาคความเหมาะสมกับตำแหน่ง (ภาค ค.) เท่ากัน ให้ผู้สอบได้คะแนนภาคความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะตำแหน่ง (ภาค ข.) มากกว่าเป็นผู้อยู่ในลำดับที่สูงกว่า ถ้ายังคงได้คะแนนเท่ากันอีก ก็ให้ผู้ที่ได้รับเลขประจำตัวสอบก่อนเป็นผู้อยู่ในลำดับ ที่สูงกว่า

10.2 การขึ้นบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ จะขึ้นบัญชีไว้เป็นเวลาไม่เกิน 2 ปี นับตั้งแต่วันขึ้นบัญชี แต่ถ้ามีการสอบแข่งขันอย่างเดียวกันนี้อีกและได้ขึ้นบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ใหม่แล้ว บัญชีผู้สอบแข่งขันได้ครั้งนี้เป็นอันยกเลิก

11. การบรรจุและแต่งตั้ง

11.1 ผู้สอบแข่งขันได้จะได้รับการบรรจุและแต่งตั้งตามลำดับที่ในบัญชีผู้สอบ แข่งขันได้ โดยได้รับเงินเดือนตามคุณวุฒิที่กำหนดเป็นคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งนั้นตามที่ระบุไว้ในข้อ 1

11.2 สำนักงานศาลยุติธรรมไม่ประสงค์จะรับโอนผู้ที่เป็นข้าราชการหรือพนักงานของรัฐทุกประเภท

ประกาศ ณ วันที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

(ลงชื่อ) วิรัช ชินวินิจกุล

(นายวิรัช ชินวินิจกุล)

เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม

สำเนาถูกต้อง

เอกพงศ์ อักษรนำ

(นายเอกพงศ์ อักษรนำ) เอกพงศ์ คัด/ทาน

นักทรัพยากรบุคคลชำนาญการ

ตำแหน่งนักวิเคราะห์นโยบายและแผนปฏิบัติการ

ลักษณะงานที่ปฏิบัติ

ปฏิบัติงานในฐานะผู้ปฏิบัติงานระดับต้น ที่ต้องใช้ความรู้ ความสามารถทางวิชาการ

ในการปฏิบัติงานเกี่ยวกับงานวิชาการวิเคราะห์นโยบายและการวางแผน ภายใต้การกำกับ แนะนำ

ตรวจสอบ และปฏิบัติงานอื่นตามที่ได้รับมอบหมาย

โดยมีลักษณะงานที่ปฏิบัติในด้านต่างๆ ดังนี้

1. ด้านการปฏิบัติการ

(1) รวบรวม วิเคราะห์และประมวลนโยบายของรัฐบาลและสถานการณ์เศรษฐกิจ

การเมือง และสังคมทั้งในและต่างประเทศ เพื่อนำมาสรุปเสนอแก่ผู้บังคับบัญชาประกอบการกำหนดนโยบายและเป้าหมายของศาลยุติธรรมและสำนักงานศาลยุติธรรม

(2) ศึกษา วิเคราะห์ วิจัย เพื่อจัดทำแผน กำกับ ติดตาม และประเมินผลสัมฤทธิ์

ของงาน เพื่อให้เป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนดไว้

(3) วิเคราะห์นโยบายผู้บริหาร และเสนอข้อคิดเห็นเพื่อช่วยให้ผู้บังคับบัญชาแปลง

เป็นแผนการปฏิบัติงาน แผนงาน โครงการ หรือกิจกรรมที่ช่วยให้นโยบายเหล่านั้นบรรลุตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ได้

(4) รวบรวมข้อมูล ศึกษา วิเคราะห์ ทำความเห็น เสนอแนะงบประมาณรายจ่าย

ประจำปีของรัฐบาล เพื่อการดำเนินการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปีของส่วนราชการในสำนักงานศาลยุติธรรม และแผนการบริหารงานงบประมาณ

(5) ช่วยวิเคราะห์และพิจารณารายละเอียดเกี่ยวกับการขอเงินประจำงวด การจัดสรรเงิน

และการโอนเงินงบประมาณรายจ่ายและเงินประจำงวดให้แก่ส่วนราชการในสังกัดสำนักงานศาลยุติธรรมเพื่อจัดทำเป็นรายงานสรุป เสนอแก่ผู้บังคับบัญชาได้อย่างถูกต้อง

(6) ช่วยตรวจสอบประเมินผลการใช้จ่ายเงินงบประมาณ และศึกษาวิเคราะห์

เกี่ยวกับสถิติด้านต่างๆ เพื่อจัดทำรายงานภาวะเศรษฐกิจ การเงิน การคลังและประมาณการรายได้

รายจ่ายประจำปี

(7) ตรวจสอบรายงานประเมินผลและร่างบันทึกรายงานต่างๆ ที่เกี่ยวกับการจัด

งบประมาณ เพื่อควบคุมให้เป็นไปตามหลักวิชา กฎหมาย กฎ ระเบียบ มติคณะรัฐมนตรี ตลอดจนนโยบายของทางราชการ

(8) รวบรวมข้อมูลสถิติ และศึกษาวิเคราะห์เกี่ยวกับเรื่องที่จะทำการวิจัยเพื่อให้ทราบ

ถึงนโยบาย ยุทธศาสตร์ สภาพแวดล้อมทางสังคมและเศรษฐกิจ รวมตลอดทั้งกฎหมายต่างๆ และใช้

ประกอบการพิจารณาทำแผนวิจัยให้สอดคล้องกับสภาวะและความต้องการของประเทศ

(9) จัดทำแบบสำรวจและดำเนินการสำรวจโครงการวิจัยต่างๆ เพื่อให้โครงการวิจัย

ดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพและตรงตามเป้าหมายที่กำหนด

(10) ร่วมศึกษา วิเคราะห์ และกำหนดมาตรฐานในการวิเคราะห์ วิจัยข้อมูล เพื่อให้

การกำกับดูแลและควบคุมคุณภาพงานวิจัยให้ได้มาตรฐานสากล

(11) ช่วยรวบรวมข้อมูล ศึกษา วิเคราะห์ เพื่อประกอบการกำหนดนโยบาย การจัดทำ

แผนยุทธศาสตร์ และการพัฒนาระบบ รูปแบบ มาตรฐาน หลักเกณฑ์ วิธีการ หรือแนวทางปฏิบัติ

เกี่ยวกับกิจการศาล กระบวนพิจารณาความ และระบบงานศาลยุติธรรม

(12) ศึกษา วิเคราะห์ วิจัย เพื่อพัฒนากฎหมายไทย ระบบงานศาลยุติธรรม ระบบ

การบริหารจัดการในสำนักงานศาลยุติธรรม และการบริหารกระบวนการยุติธรรม

(13) รวบรวม และจัดทำข้อมูลสารสนเทศเกี่ยวกับงานวิจัย กฎหมาย เอกสารวิชาการ

เพื่อเป็นฐานข้อมูลเกี่ยวกับงานวิจัยของศาลยุติธรรมและสำนักงานศาลยุติธรรม

2. ด้านการวางแผน

(1) ติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงานตามแผนและภารกิจของศาลยุติธรรมที่

วางไว้ว่ามีประสิทธิภาพและประสิทธิผลเพียงใด เพื่อปรับปรุงแผนการดำเนินงานและภารกิจของ ศาลยุติธรรมและสำนักงานศาลยุติธรรมให้ดียิ่งขึ้น

(2) วางแผนการปฏิบัติงานที่รับผิดชอบ เพื่อให้สามารถปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สูงสุด

(3) วางระบบและแผนการปฏิบัติงาน ตลอดจนศึกษา ค้นคว้า และวิเคราะห์เรื่องต่างๆ

เช่น รูปแบบและวิธีการงบประมาณ การบริหารจัดการทางการเงิน เพื่อนำไปประกอบการวิเคราะห์งบประมาณ หรือพิจารณาหลักเกณฑ์ หรือพัฒนาปรับปรุงระเบียบปฏิบัติต่างๆ เกี่ยวกับการจัดทำและการบริหารงบประมาณ

(4) เสนอแนะประเด็นสำคัญหรือกิจกรรมต่างๆ เกี่ยวกับงานโครงการ การวิจัยเพื่อ

เป็นประโยชน์ประกอบการวางแผนและออกแบบนโยบาย แผนการ แนวทาง หลักเกณฑ์ มาตรการของผู้บังคับบัญชา

3. ด้านการประสานงาน

(1) ประสานงานร่วมกับหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อสนับสนุนการดำเนินงานให้

บรรลุผลตามเป้าหมายที่กำหนดไว้

(2) ประสานงาน และชี้แจงรายละเอียดต่อผู้บังคับบัญชา เพื่อให้ได้งานตามวัตถุประสงค์

ของงานและสร้างความเข้าใจอันดีในการปฏิบัติงาน

(3) ประสานงานกับหน่วยงานหรือองค์กรภาครัฐ ภาคเอกชน หรือประชาชนทั่วไป

เพื่อขอความช่วยเหลือและร่วมมือในงานวิเคราะห์โครงการวิจัย ด้านการศึกษา ฝึกอบรมดูงานและ

แลกเปลี่ยนความรู้ความเชี่ยวชาญที่เป็นประโยชน์ต่อการทำงานของหน่วยงาน

(4) ช่วยดำเนินการประชุมของคณะกรรมการ หรือประชุมทางวิชาการ การสัมมนา

การเสวนา และการจัดทำกิจกรรมทางวิชาการอื่นๆ

4. ด้านการบริการ

(1) จัดทำและพัฒนาคู่มือหรือเอกสารทางวิชาการ ให้คำปรึกษาแนะนำ ช่วยปรับปรุง

แก้ไข ตอบปัญหา และชี้แจงเรื่องต่างๆ ที่เกี่ยวกับงานในหน้าที่ความรับผิดชอบให้แก่เจ้าหน้าที่ระดับรองลงมา ส่วนราชการ หรือหน่วยงานต่างๆ เพื่อส่งเสริมและพัฒนางานให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

(2) ให้คำแนะนำ ตอบปัญหาและชี้แจงเกี่ยวกับงานวิเคราะห์ วิจัย จัดทำคู่มือในการ

ปฏิบัติงานที่รับผิดชอบในระดับเบื้องต้นแก่หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน หรือประชาชนทั่วไป เพื่อให้ผู้ที่สนใจ ได้ทราบข้อมูลและความรู้ต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์

(3) จัดเก็บข้อมูลเบื้องต้น ทำสถิติ ปรับปรุงหรือจัดทำฐานข้อมูลหรือระบบสารสนเทศ

ที่เกี่ยวกับงานวิเคราะห์ วิจัย เพื่อให้สอดคล้องและสนับสนุนภารกิจของหน่วยงาน และสนับสนุนการ

พิจารณากำหนดนโยบาย แผนงาน หลักเกณฑ์ และมาตรการต่างๆ

(4) เผยแพร่ผลงานวิจัยของศาลยุติธรรมและสำนักงานศาลยุติธรรมในรูปหนังสือ

วารสาร จดหมายข่าว เว็บไซต์ และเอกสารวิชาการอื่นๆ เพื่อถ่ายทอดข้อมูล ความรู้ ความชำนาญ

แก่ผู้ที่สนใจนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด และปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่ได้รับมอบหมาย

คุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่ง

ได้รับปริญญาโทหรือคุณวุฒิอย่างอื่นที่เทียบได้ในระดับเดียวกันในสาขาวิชาใดสาขาวิชาหนึ่งทางการวางแผน สาขาวิชารัฐศาสตร์ (ด้านบริหารรัฐกิจ) สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์ สาขาวิชาการบัญชี

หลักสูตรและวิธีการสอบภาคความรู้ความสามารถทั่วไป (ภาค ก.)

ทดสอบความรู้ความสามารถทั่วไป โดยวิธีการสอบข้อเขียน (คะแนนเต็ม 200 คะแนน)

1. วิชาความสามารถทั่วไป (คะแนนเต็ม 100 คะแนน)

(1) ความสามารถทางด้านการคิดคำนวณ

ทดสอบความสามารถในการประยุกต์ใช้ความคิดรวบยอดทางคณิตศาสตร์เบื้องต้น การวิเคราะห์หาความสัมพันธ์ของจำนวนหรือปริมาณ การแก้ปัญหาเชิงปริมาณ และข้อมูลต่างๆ

(2) ความสามารถด้านเหตุผล

ทดสอบความสามารถในการคิดหาความสัมพันธ์เชื่อมโยงของคำข้อความ หรือรูปภาพ การหาข้อยุติ หรือข้อสรุปอย่างสมเหตุสมผลจากข้อความ สัญลักษณ์ สถานการณ์หรือแบบจำลองต่างๆ

2. วิชาภาษาไทย (คะแนนเต็ม 100 คะแนน)

(1) ความเข้าใจภาษา

ทดสอบความสามารถในการอ่านและการทำความเข้าใจกับบทความ หรือข้อความที่กำหนดให้แล้วตอบคำถามที่ตามมาในแต่ละบทความ หรือข้อความ ทั้งนี้ รวมไปถึงการสรุปความ และตีความด้วย

(2) การใช้ภาษา

ทดสอบความสามารถในการเลือกใช้คำหรือกลุ่มคำ การเขียนประโยค ได้ถูกต้องตามหลักภาษาและการเรียงข้อความ

หลักสูตรและวิธีการสอบภาคความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะตำแหน่ง (ภาค ข.)

ทดสอบความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะตำแหน่ง โดยวิธีการสอบข้อเขียน (คะแนนเต็ม 200 คะแนน)

ความรู้ด้านการบริหาร การวางแผน การงบประมาณ และสมรรถนะในงาน

1. การบริหารแบบมุ่งผลสัมฤทธิ์

2. หลักการวางแผน

3. ระบบงบประมาณแบบมุ่งเน้นผลงานตามยุทธศาสตร์

4. การติดตามประเมินผล

5. ความรู้เกี่ยวกับกฎ ระเบียบ เช่น

- รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550

- พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการศาลยุติธรรม พ.ศ. 2543

และที่แก้ไขเพิ่มเติม

- ระเบียบคณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรมว่าด้วยการงบประมาณ พ.ศ. 2544

– นโยบายประธานศาลฎีกา

- แผนยุทธศาสตร์ศาลยุติธรรม พ.ศ. 2553 – 2556

รวมถึงสมรรถนะในงาน ซึ่งประกอบด้วย

1. การคิดวิเคราะห์ : การทำความเข้าใจสถานการณ์ สิ่งแวดล้อม ประเด็นปัญหา

แนวคิด หลักทฤษฎี ฯลฯ ที่เกี่ยวข้องในการปฏิบัติงาน โดยการแจกแจงแตกประเด็นออกเป็นส่วนย่อยๆ หรือวิเคราะห์สถานการณ์ รวมถึงการจัดหมวดหมู่ของปัญหาหรือสถานการณ์อย่างเป็นระบบ สามารถนำมาปรับใช้ในการปฏิบัติงานอย่างเหมาะสม และสามารถเชื่อมโยงสถานการณ์ แนวคิด ทฤษฎีต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

2. การมองภาพองค์รวม : การคิดในเชิงสังเคราะห์ มองภาพองค์รวมจนได้เป็น

กรอบความคิดหรือแนวคิดใหม่ อันเป็นผลมาจากการสรุปรูปแบบ ประยุกต์แนวทางต่างๆ จากสถานการณ์หรือข้อมูลหลากหลาย และนานาทัศนะ พร้อมทั้งการอธิบายให้ผู้อื่นเกิดความเข้าใจและสามารถนำไปปรับใช้กับกระบวนการยุติธรรมได้

3. การค้นคว้าหาข้อมูล : ความสนใจเกี่ยวกับสถานการณ์ ภูมิหลังประวัติความ

เป็นมาของประเด็นปัญหาหรือเรื่องราวต่างๆ ที่เกี่ยวข้องหรือจำเป็นต่องานในหน้าที่รวมถึงการค้นคว้ารวบรวมข้อมูล การหาข่าวทั่วไปจากสภาพแวดล้อมรอบตัวโดยคาดว่าอาจมีข้อมูลที่จะเป็นประโยชน์ต่อไปในอนาคตรวมทั้งการวิเคราะห์และสังเคราะห์ข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพ

——————————————-

ถุงยางอนามัย,ชะลอการหลั่ง,เจลหล่อลื่น,เพิ่มขนาด,tenga

งานอื่นๆที่คล้ายกันกับงานนี้:

  1. ประกาศองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี เรื่อง รับสมัครสรรหาและเลือกสรรบุคคลเป็นพนักงานจ้างตามภารกิจ
  2. กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช รับสมัครสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเข้ารับราชการในตำแหน่งนักวิชาการป่าไม้ปฏิบัติการ
  3. สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข รับสมัครข้าราชการ ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขปฏิบัติการ
  4. สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษารับสมัครข้าราชการ ตำแหน่งนักวิชาการศึกษาปฏิบัติการ
  5. สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ รับสมัครสอบแข่งขันบุคคลเพื่อเข้ารับราชการ

สอบแข่งขันงานราชการ, หางานกรุงเทพมหานคร, หางานภาคกลาง, หางานราชการ

  1. No comments yet.
  1. No trackbacks yet.
Content Protected Using Blog Protector By: PcDrome.